REVIEW Projector Epson EH-TW550

REVIEW Projector Epson EH-TW550 “ดำ…ดู…ดี”

อะไรคือ ดำ…ดู…ดี คำนิยามสั้นๆ ฟังดูงงๆ สำหรับโปรเจคเตอร์สัญชาติปลาดิบ น้องเล็กสุดในซีรี่ย์ Home Projector ยึดหัวหาดแทน MG-850HD รุ่นพี่ที่ก่อนหน้านั้นสร้างความสั่นสะเทือนวงการด้วยแท่นวาง iPod iPad และ iPhone โดยเฉพาะ ซึ่งถึงกาลต้องลงบัลลังค์ตามกำหนด

“ดำ” สีตัวเครื่องออกแบบมาให้กลมกลืนเข้ากับสภาพห้องที่ต้องควบคุมแสงเพื่อการรับชมภาพยนตร์เรื่องโปรด โดยหลีกเลี่ยงสีสะดุดตาอย่างสีขาว

แต่ด้วยคุณสมบัติความสว่าง 3000 ANSI ส่งเสริมให้โยกย้ายตำแหน่งฮวงจุ้ยจากห้องมืดสู่ห้องสว่าง อย่างเช่น ห้องประชุมขนาด 20-30 ที่นั่ง ได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีต้องการใช้งานหลากหลายประเภท โดยเครื่องโปรเจคเตอร์เพียงเครื่องเดียว

tw550-1

เบื้องหน้าและเบื้องหลังเจ้าดำทรงเสน่ห์จากแดนปลาดิบ

จากความละเอียด 720P ตั้งแต่คลอดจากโรงงาน รองรับภาพยนตร์ HD สัดส่วน 16:9 ได้สมบูรณ์แบบ หรือจะโยกไปใช้งานสำหรับการนำเสนองานจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ต สามารถทำได้อย่างไม่ขัดเขิน เพราะช่องเชื่อมต่อที่ครบครั้น ทั้ง D-sub, HDMI, AV, S-video หรือแม้กระทั้งช่อง USB (ผ่านทางโปรแกรมเฉพาะของ Epson อย่าง Epson USB Display)

นอกจากความสว่างที่ให้มาอย่างสูงแล้ว ความคมชัดได้ยกขึ้นมาจาก MG-850HD เป็น 5000:1 ขับเฉดสีให้โดดเด่น ฉูดฉาดสมราคา และเพื่อความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ภาพยนตร์ 3 มิติจึงเป็นสิ่งที่ทาง Epson ไม่ได้มองข้าม

จึงมาถึงที่มาของคำว่า “ดู” ซึ่งได้โปรยหัวไว้ข้างต้น การดูภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ออกแรงกดปุ่ม

tw550-2

การทำงาน 3D Ready และ 3D Full Format จาก HDMI

การทำงาน 3D Full Format ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกลางในการแปลงสัญญาณภาพ เพียงแค่แหล่งต้นทางส่งสัญญาณออกมาตัวเครื่อง Epson TW550 จะทำงานเข้ารหัสภาพและฉายออกมาเป็น 3D เองโดยอัตโนมัติหรือไม่เช่นนั้นใช้การปรับด้วยตัวเครื่องเองได้เลย ในโหมดปรับรูปแบบประเภทของ 3D Format จะแบ่งเป็นดังนี้ Auto, Side by Side, Top & Bottom, 2D, Frame Packing

tw550-3

ลักษณะภาพยนตร์แบบต่างๆ

และเพื่อลดปัญหาการรับชมภาพยนตร์ 3 มิติขาดความต่อเนื่องด้วยพื้นฐานการทำงานของแว่น 3D บนระบบอินฟาเรด อันจะเกิดได้จากองศาของการรับชม (Line of sight) การรบกวนกันเองของคลื่นอินฟาเรดจากรีโมทคอนโทลและของตัวแว่น 3 มิติ ทาง Epson จึงได้พัฒนาระบบใหม่เพื่อตัดปัญาหาเหล่านี้ทิ้ง

tw550-4

เปรียบเทียบระหว่างการใช้อินฟาเรดและบูลทูธ

จากหลักการทำงานของบูลทูธผ่านความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF) ความแม่นยำที่ได้มีค่าสูงกว่าการตอบสนองของระบบอินฟาเรด ปราศจากการรบกวนกันเองจากอุปกรณ์ภายในห้องหรือสิ่งเร้าจากภายนอก ทำให้การรับชมเป็นไปได้อย่างไม่มีสะดุด ขจัดขอบเขตองศาของการรับชมไปได้อย่างสิ้นเชิง เพิ่มอรรถรสความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างเต็มอิ่ม

tw550-5

หน้าตาแว่น 3D โฉมใหม่ เสียบชาร์จไฟจากสาย USB และใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 40 ชม.

เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและติดตั้ง การแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งที่ทาง Epson ไม่ได้มองข้ามยังคงนำมาไว้พร้อมกับการแก้ไขคางหมูแนวนอน แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องทำการปรับแก้ไขเอง ด้วยแถบเลื่อนบริเวณด้านบนเครื่องหรือใช้ฟังค์ชั่น Quick Corner เลือกปรับมุมแต่ละด้านได้ตามความต้องการของผู้ใช้

tw550-6

ปัญหาเรื่องพื้นที่ไม่อำนวยจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ด้วยการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวนอน

คงทำให้ EH-TW550 ของ Epson เป็นตัวเลือกข้อแรกๆ ของผู้ที่ต้องการใช้งานหลากประเภท ครอบคลุมทั้งความบันเทิงส่วนตัว และเน้นการทำงานคล่องตัว ด้วยราคาไม่แพงจนเกินไปรอให้คุณได้สัมผัส จับจองเป็นเจ้าของด้วยข้อ “ดี” อันมากมาย

สนใจสั่งซื้อ Epson Projector รุ่นใดก็ตามได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector Viewsonic PRO7827HD

Review Projector Viewsonic PRO7827HD DLP Home Projector คุณภาพเตะตา ราคาถูกใจ !!

viewsonic-pro7827hd-400

พูดชื่อ ViewSonic หลายท่านคงคุ้นเคยกับ “จอมอนิเตอร์” ดีไซน์ทันสมัย พร้อมสเป็กที่คุ้มราคา ซึ่งด้วยชื่อชั้นในวงการจอภาพและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานเกือบ 30 ปี ย่อมส่งผลดีกับสินค้าในหมวด “โปรเจคเตอร์” ด้วยเช่นเดียวกัน…

หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ViewSonic มีโปรเจคเตอร์จำหน่ายด้วย ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนั้น โดยเมื่อเข้าไปค้นข้อมูลครั้งแรกก็ต้องตกใจ! เพราะพบว่าแบรนด์นี้มีสินค้าหมวดโปรเจคเตอร์เยอะมากๆ หากว่ากันที่จำนวนมีมากกว่า 50 รุ่น (ใกล้เคียงกับหมวดจอมอนิเตอร์เลยทีเดียว)

ซึ่งจำนวนเหล่านี้รองรับการใช้งานหลากหลายเหมาะกับความบันเทิงทั้งภายในบ้าน ออฟฟิศ หรืองานโปรเฟสชันนัล แต่ที่ดึงดูดความสนใจมากเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นรุ่นที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ “Laser Phosphor” อายุการใช้งานกว่า 20,000 ชม. อย่าง LS810 (HD Ready – 5200lm), LS820 (FHD – 3500lm) และ LS830 (FHD – 4500lm)…

แต่สำหรับวันนี้จะมาแนะนำ DLP Home Theater Projector ความละเอียด Full HD จาก ViewSonic ที่มีระดับราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์กันก่อน คือ Pro7827HD

pro7827hd-01

แพ็คเกจของ Pro7827HD ยังคงเอกลักษณ์ของ ViewSonic ไว้ครบถ้วน ทั้งการใช้สีแดงและโลโก้รูปนกอันคุ้นเคย แต่ที่ดูแหวกแนวจากแพ็คเกจโปรเจ็คเตอร์ทั่วๆ ไป นอกเหนือจากสกรีนสีสดใส คือ ลักษณะกล่องแนวตั้งทรงสูง เมื่อบวกกับชื่อรุ่นที่มีคำว่า “Pro” พ่วงอยู่ด้วย จึงดูดึงดูดให้น่าค้นหาขึ้นไปอีก

Design – การออกแบบ

pro7827hd-02

ViewSonic Pro7827HD มาในลักษณะตัวเครื่องสีดำ ผิววัสดุสังเคราะห์มีเท็กเจอร์ Hair-line กึ่งเงากึ่งด้าน รูปทรงลบเหลี่ยมมุมให้โค้งมน สะดุดตา ขนาดโดยรวมพอๆ กับกระดาษ A4 น้ำหนักราว 2.6 กก. สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ไม่ลำบาก

การจัดวางตำแหน่งเลนส์อยู่เยื้องไปทางฝั่งขวา (เมื่อมองจากด้านหน้า) การปรับโฟกัสและซูม ดำเนินการปรับด้วยมือผ่านวงแหวนที่กระบอกเลนส์เหมือนเช่นโปรเจ็คเตอร์ระดับเดียวกันทั่วไป

pro7827hd-03

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ ปุ่มกลมๆ ที่อยู่ถัดมาทางด้านหลัง ซึ่งก็คือปุ่มปรับ Vertical Lens Shift นั่นเอง ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การปรับตั้งตำแหน่งของเครื่องโปรเจ็คเตอร์เข้ากับตำแหน่งของจอรับภาพมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

pro7827hd-04

ปุ่มควบคุมสั่งการโปรเจ็คเตอร์ จัดวางรวมกลุ่มเยื้องไปทางด้านหลัง จากรูปจะเห็นไฟสถานะ 3 ดวง เรียงกันอยู่ฝั่งขวา สำหรับแจ้งบอกสถานะการทำงาน รวมถึงแจ้งปัญหา

pro7827hd-05

ด้านล่างมีขารองรับทั้งหมด 3 จุด ขาด้านหน้าเป็นเพียงจุดเดียวที่สามารถหมุนปรับระดับ เผื่อกรณีที่ต้องการแหงนหน้าโปรเจ็คเตอร์ขึ้น

ส่วนขาหลังทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถปรับระดับได้จึงทำให้ค่อนข้างลำบากเวลาจะแก้ไขเมื่อวางบนพื้นระนาบที่เอียง หรือเวลาต้องการปรับเพื่อคว่ำหน้าโปรเจ็คเตอร์ลง จุดนี้จำเป็นต้องอาศัยวิธีหาสิ่งของรอบตัวมาหนุนแทน เช่น นำเหรียญบาทไปรองที่ขาด้านหลัง เป็นต้น

pro7827hd-06

ภายในกล่อง Pro7827HD จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Cable Management Cover หรือฝาครอบสำหรับประกอบเข้าที่ด้านหลังของโปรเจ็คเตอร์เพื่อใช้จัดระเบียบสายให้ดูเรียบร้อยขึ้น ซึ่งสามารถเลือกติดตั้งหรือไม่ก็ได้

pro7827hd-07

รีโมตคอนโทรลมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถใช้งานเป็น Laser pointer ได้ และที่พิเศษ คือ ทำหน้าที่เป็น Wireless Mouse ได้ด้วย โดยการเชื่อมต่อสาย USB จากโปรเจ็คเตอร์เข้ากับคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ดีปุ่มบนรีโมตจะไม่มี Back-lit การใช้งานในห้องมืดจะมองไม่เห็น จึงต้องอาศัยความคุ้นเคยในการคลำหาปุ่มที่ต้องการใช้งาน

Connectivity – ช่องต่อสัญญาณ

pro7827hd-08

ช่องต่อรับสัญญาณของ Pro7827HD ติดตั้งอยู่ด้านหลัง ความหลากหลายถือว่าครบครันพอตัว เพราะมีทั้งช่องต่อสำคัญอย่าง HDMI In 2 ช่อง (ในจำนวนนี้ 1 ช่อง รองรับ MHL) และช่องรับสัญญาณวิดีโอแบบอะนาล็อก ได้แก่ Composite และ S-video ที่ขาดไม่ได้ คือมี D-Sub (VGA) In 1 ช่อง สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr) และ D-Sub (VGA) Out อีก 1 ช่อง

pro7827hd-09

เนื่องจากภายใน Pro7827HD ติดตั้งลำโพงกำลังขับ 10 วัตต์ (Mono) มาด้วย จึงมีช่องต่อ Analog Audio In (3.5mm) ถึง 2 ชุด กรณีที่ต้องการใช้งานภาคขยายเสียง ซึ่งให้เสียงดังดีทีเดียว หรือถ้าต้องการเชื่อมต่อระบบเสียงภายนอกก็สามารถดำเนินการได้ผ่าน Analog Audio Out (3.5mm) จำนวน 1 ชุด

นอกจากนี้ยังมี USB Out (Type A) สามารถจ่ายกระแสได้สูงถึง 2A เอาไว้ชาร์จไฟให้กับ Smart Phone, Tablet หรืออุปกรณ์ USB อื่นๆ ได้ด้วยครับ

pro7827hd-10

ช่องรับสัญญาณวิดีโอแบบ HDMI/MHL ยังมีอีก 1 ช่อง ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบทางฝั่งขวาของตัวเครื่อง (เมื่อมองจากด้านหน้าเลนส์) ในจุดนี้ทาง ViewSonic เผื่อไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Wireless HDMI Dongle ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม สามารถหาซื้อได้ทั่วไปไม่จำกัดยี่ห้อ

Extra – เพิ่มเติม

Pro7827HD รวมถึงโปรเจ็คเตอร์หลายๆ รุ่นจาก ViewSonic นอกจากรองรับ Wireless HDMI Dongle ที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว (อาทิ Miracast, Chromecast, etc.) ทาง ViewSonic ยังมีอุปกรณ์เสริมลักษณะคล้ายๆ กัน ที่เรียกว่า “ViewStick” ซึ่งโดยคุณสมบัตินั้นเหนือกว่าอุปกรณ์ข้างต้นตรงที่สามารถใช้งานเป็นมีเดียเพลเยอร์ได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่ง Smart Phone หรือ PC อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iDevices ผ่านเทคโนโลยี AirPlay และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมภายนอกอย่าง Mouse หรือ Touchscreen เพื่อใช้สั่งการ หรือนำมาประกอบการพรีเซ็นต์ เป็นต้น

pro7827hd-11

ถึงแม้จะเป็นโฮมฯ โปรเจ็คเตอร์ระดับ Full HD ราคาเบาๆ ทว่าพกความสามารถพิเศษอย่าง “Lens Shift” มาด้วย แต่แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดอยู่บ้างเมื่อเทียบกับรุ่นระดับสูง โดยการ shift จะทำได้เฉพาะแนวตั้ง (Vertical) และการชดเชยระยะจะค่อนข้างจำกัด บางสถานการณ์จึงยังมีความจำเป็นต้องหนุนฐานโปรเจ็คเตอร์ให้สูงขึ้น (กรณีวางบนโต๊ะ) หรือปรับขยับระยะความสูงของขาแขวน (กรณีแขวนเพดาน) เข้าช่วย แต่ก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่เอื้อต่อการติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ได้ยืดหยุ่นไม่น้อย และสามารถใช้งานได้จริง

pro7827hd-12

ความยืดหยุ่นในการติดตั้ง นอกจากฟังก์ชั่น Lens Shift และ Digital Keystone แล้ว Pro7827HD ยังมี “Corner Adjust” กรณีที่ต้องฉายภาพขึ้นบนพื้นผิวหรือพื้นที่รับภาพที่มิได้มีรูปทรงเป็นระนาบสีเหลี่ยม เดิมทีคุณสมบัตินี้มีเฉพาะ Professional Projector สำหรับงานเฉพาะด้านเท่านั้น หาได้ยากสำหรับ Home Projector

pro7827hd-13

Pro7827HD มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้ง โดยใช้ในการกำหนดตำแหน่งตั้งวางโปรเจ็คเตอร์ ปรับ Lens Shift และซูมขนาดภาพฉายให้พอดีกับขนาดของจอรับภาพ

Picture – ภาพ

 

pro7827hd-14

หมายเหตุ: กรณีที่ปลดล็อคในส่วนของ ISFccc จะมีโหมดภาพเพิ่มเติมเข้ามาอีก 2 โหมด ได้แก่ ISF Night และ ISF Day

pro7827hd-15

ผลลัพธ์จากโหมดภาพโรงงาน ViewMatch sRGB ให้ความผิดเพี้ยนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 4 โหมดพื้นฐาน โดยรวมถือว่าใช้การได้ดี

Pro7827HD มีตัวเลือกโหมดภาพจากโรงงานทั้งสิ้น 5 โหมด ซึ่งตัวเลือกที่แนะนำ เนื่องจากให้ความเที่ยงตรงดีที่สุด คือ ViewMatch sRGB ถึงแม้สมดุลสีจะติดไปทางโทนอุ่นและอมเขียวนิดๆ แต่เป็นโหมดที่ให้ขอบเขตสี (Color Space) กว้างที่สุด คือ ครอบคลุมราว 93.1% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

หมดภาพลำดับถัดมาที่แนะนำ คือ Dynamic ตัวเลือกนี้ให้ระดับความสว่างสูงกว่าโหมดอื่นๆ เกือบเท่าตัว (ไม่นับโหมด Brightest และอ้างอิงที่ Lamp Mode = Normal) จึงเป็นโหมดภาพที่ใช้งานในสภาพสู้แสงได้ดีที่สุด ส่วนสมดุลสีไม่ถึงกับเที่ยงตรงที่สุด แต่อยู่ในเกณฑ์ใช้การได้

กรณีที่ต้องการยืดอายุการใช้งานหลอดไฟ พร้อมๆ กับพัดลมระบายความร้อนมีระดับเสียงเงียบที่สุด และประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนตัวเลือก Lamp Mode = Eco ร่วมกับโหมด Dynamic ยังให้ผลลัพธ์ที่ดี ระดับความสว่างยังคงจะแจ้ง ไม่ได้มืดทึมลงมากนัก

หมายเหตุ:
– ในสเป็กแจ้งอายุการใช้งานของหลอดไฟไว้ที่ 3,500 (Normal) – 6,500 (Eco) ชม. ใกล้เคียงกับโปรเจ็คเตอร์ระดับเดียวกันเครื่องอื่นๆ
– เมื่อเปลี่ยนตัวเลือก Lamp Mode ระดับการใช้พลังงานจะลดลงจาก 282W (Normal) เป็น 207W (Eco) คิดเป็น 26.5% ในขณะที่ระดับความสว่าง (Luminance) ลดลงราว 29%

Pro7827HD มาพร้อมการรับรอง ISFccc ยืนยันว่ามีคุณสมบัติรองรับการไฟน์จูนปรับภาพละเอียดตามมาตรฐานของสถาบัน ISF ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากดำเนินการแล้วการถ่ายทอดภาพจะให้ความเที่ยงตรงเข้าใกล้มาตรฐานอ้างอิงมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ในการไฟน์จูนปรับภาพโดยทั่วไปนั้น สำหรับโหมด ViewMatch sRGB จะฟิกซ์ค่าบางตัวเลือกไว้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นการปรับภาพเพิ่มเติมในโหมด Dynamic (หรือโหมดอื่นๆ) จึงให้ความยืดหยุ่นมากกว่า

เนื่องจากตัวเลือกปรับภาพพื้นฐานไม่มีตัวเลือกสำหรับไฟน์จูน White Balance การปรับเปลี่ยนแก้ไขอุณหภูมิสีจึงต้องดำเนินการจากตัวเลือก Color Temp ซึ่งค่าโรงงานจำกัดไว้ 4 โหมด (Cool, Normal, Neutral, Warm) แล้วทำการชดเชยเพิ่มเติมเอาจากตัวเลือก Brilliant Color (แบบคร่าวๆ) แทน…

ซึ่งกรณีของโหมด Dynamic นั้น การเปลี่ยนตัวเลือก Color Temp = Cool แล้วกำหนด Brilliant Color = 5 แม้ผลลัพธ์อุณหภูมิสีจะยังติดโทนเย็นอยู่บ้าง แต่จะให้สมดุลสีตลอดย่านดีที่สุด

จากนั้นทำการไฟน์จูนละเอียดในส่วนของ CMS (Color Management System) ก็จะให้ความลงตัวของสีสันเป็นที่น่าพอใจมาก

pro7827hd-16

โหมด Dynamic หลังปรับภาพแล้ว นอกจากสมดุลสีตลอดย่านดีขึ้น ความสามารถแสดงขอบเขตสี (Color Space) จะกว้างขึ้นด้วย (อันเป็นอานิสงส์จาก CMS) ผลลัพธ์อยู่ที่ราว 94.9% อิงมาตรฐาน sRGB/Rec.709

pro7827hd-17

ทดสอบภาพกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น Mobile Suit Gundam – Thunderbolt ในรูปแบบ 4K/UHD HDR BD ร่วมกับ Samsung UBD-K8500 4K/UHD BD Player โดยทำการ down-scale ความละเอียดลงมาที่ 1080/24p พบว่า ViewSonic Pro7827HD สามารถแสดงดีเทลได้โดดเด่น เป็นการดึงศักยภาพของ 1-chip DMD ความละเอียด Full HD ออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ RGBRGB Color Wheel ยังให้ความต่อเนื่อง ผลกระทบด้าน Rainbow Effect ต่ำ

ถึงแม้จะยังไม่มีระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว (Frame Interpolation) แต่ผลลัพธ์โดยรวมไม่รู้สึกว่ามีอาการสะดุดจนรับไม่ได้ ยังคงความเป็นธรรมชาติตามแบบฉบับของคอนเทนต์อัตราเฟรมเรตที่ 24 fps ได้ดี

pro7827hd-18

ด้วยแหล่งกำเนิดแสง 240 วัตต์ กำลังความสว่างตามสเป็กที่ 2200lm ให้ภาพที่จะแจ้ง ชัดเจน การใช้งาน Pro7827HD จึงครอบคลุมหลากหลายยิ่งขึ้น กล่าวคือสามารถใช้งานเป็น Presentation Projector ได้ด้วย และในสภาวะสู้แสงในห้องที่มีแสงรบกวนผลลัพธ์ก็ถือว่าทำได้อยู่ในเกณฑ์ดี (แนะนำโหมดภาพ Dynamic) อย่างไรก็ดีการจะได้ผลลัพธ์ด้านภาพจากโปรเจ็คเตอร์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไหน ยี่ห้อใด แนะนำให้ทำการคุมแสงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุดจะดีกว่า

Sound – เสียง

pro7827hd-19

ลำโพงพร้อมภาคขยายกำลังขับ 10 วัตต์ (Mono) ของ Pro7827HD ใช้การได้ดีทีเดียว ระดับเสียงดังเพียงพอกับการใช้งานแบบลำลอง การปรับระดับวอลลุ่มอาจซับซ้อนนิดหนึ่งเนื่องจากต้องกดปุ่มรูปลำโพงที่รีโมตก่อน แล้วจึงใช้ปุ่มลูกศรซ้าย-ขวาเพื่อปรับระดับเสียงอีกที โดยดูระดับจากหน้าเมนู

มีโหมดเสียงให้เลือก 3 โหมด แต่ Standard สมดุลเสียงดูจะลงตัวที่สุด นอกจากนี้ประโยชน์ของระบบเสียงในตัว Pro7827HD ยังใช้เป็นเครื่องขยายเสียงเมื่อเชื่อมต่อกับ “ไมโครโฟน” ได้ด้วยครับ (เชื่อมต่อที่ช่อง Audio In 2) ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับงานพรีเซ็นเตชั่น สามารถปรับระดับเสียงของไมโครโฟนเพิ่มเติมได้ที่เมนูหัวข้อ Microphone Volume

Conclusion – สรุป

จุดเด่นของ ViewSonic Pro7827HD

– Full HD Home Projector ให้รายละเอียดภาพชัดเจน ระดับคอนทราสต์อยู่ในเกณฑ์ดี
– ตามสเป็กแจ้งว่ารองรับการแสดงผล 3D (ต้องซื้อแว่น 3D Active Glasses เพิ่ม)**
– จุดเชื่อมต่อสัญญาณด้านหลังค่อนข้างครบถ้วน ทั้ง Digital Video และ Analog Video และมี USB Out จ่ายกระแสได้สูงถึง 2A สำหรับชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้
– มี HDMI In 2 ช่อง บวกอีก 1 ช่อง ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบด้านข้าง สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Wireless HDMI Dongle
– ได้รับการรับรอง ISFccc
– มีลำโพงติดตั้งในตัว ใช้การได้ดี ระดับเสียงดังเพียงพอสำหรับการใช้งานแบบลำลอง มี Audio In (3.5mm) 2 ชุด ต่อไมโครโฟนได้ และ Audio Out (3.5mm) 1 ชุด สามารถเชื่อมต่อลำโพงภายนอก
– ให้ระดับความสว่างสูงสุดตามสเป็กที่ 2200 ลูเมน ในห้องมืดจึงให้ภาพที่สว่างจะแจ้งดี ส่วนสภาพสู้แสงก็ถือว่าใช้การได้สำหรับห้องที่สามารถคุมแสงรบกวนระดับหนึ่ง

จุดด้อยของ ViewSonic Pro7827HD

– ยังจำเป็นต้องทำการชดเชยปรับภาพจากโหมดโรงงานเพิ่มเติม เพื่อความเที่ยงตรงของสีสัน
– Lens Shift ปรับระยะชดเชยได้ไม่มากนัก แม้มีประโยชน์แต่ในบางสถานการณ์ยังจำเป็นต้องหนุนตัวเครื่องโปรเจ็คเตอร์ให้สูงขึ้น (เมื่อวางบนโต๊ะ) หรือปรับระยะขาแขวน (เมื่อแขวนเพดาน) ควบคู่ไปด้วย
– ระดับเสียงพัดลมระบายความร้อนไม่ถึงกับเงียบแบบรุ่น Hi-End ราคาสูง แต่ก็ไม่ดังจนถึงขั้นน่ารำคาญ การปรับ Lamp Mode = Eco ช่วยลดระดับเสียงรบกวนลงได้เล็กน้อย
– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุด หรือขาดความต่อเนื่อง

ได้ทราบรายละเอียดกันไปเยอะแล้วเกี่ยวกับ Projector Viewsonic PRO7827HD หากท่านใดสนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ หรือโปรเจคเตอร์วิวโซนิครุ่นใดก็ตามสามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th

 

REVIEW Projector ACER X1385WH

REVIEW Projector ACER X1385WH โปรเจคเตอร์ รุ่นใหม่มาแรง สำหรับพรีเซนต์งาน และ ดูหนัง

“ACER X1385WH” เป็นของเล่นชิ้นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ เอเซอร์ นั่นเองครับ คุณสมบัติครบครันมาพร้อมด้วยตัวเครื่องสีขาวนวล สีสันสวยงามกันเลยทีเดียวล่ะครับผม

เรามาดูกันดีกว่าครับว่าเจ้าตัวนี้ทำอะไรได้บ้างนอกจากความสวยงามของมันแล้ว เริ่มกันเลยครับด้วย เทคโนโลยี Acer ColorSafe II เข้ามาช่วยทำให้สีของภาพนั้นสวยไม่แพ้กับเทคโนโลยีอื่นๆเลย เช่นกันในโหมดของ Dynamic นั้นจะให้สีที่แท้จริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว หรือ สีเหลือง เป็นต้น เรามาต่อกันที่ Function ต่อไปกันนะครับ นั่นคือ Acer DynamicBlack™ ทำให้เจ้าเครื่องนี้มีค่าคอนทราสสูงมากถึง 20000:1 เครื่องไหนมีค่าคอนทราสต์สูงๆ จะแสดงภาพได้ดูลึกมีมิติสมจริงครับ

แล้วที่บอกว่าสามารถนำไปดูหนังได้ ก็เพราะว่าเครื่องนี้มีความละเอียดมากถึง 1280 x 800 (WXGA) หรือที่เราเรียกว่า HD นั่นเองครับ ความคมชัดระดับ HD ก็ถือว่าชัดพอสมควรนะครับ ลองนึกภาพตามดูนะครับ เรานำไปใช้ในห้องนอน ใช้กับจอรับภาพขนาดใหญ่ สัก 100-120 นิ้ว อารมณ์เหมือนเรายกโรงหนังไปอยู่ที่บ้านกันเลยทีเดียวล่ะครับ

รูปด้านบนของ Acer Projector X1385WH

จากรูปด้านบนตัวเครื่องเราจะเห็นว่ามีปุ่มกดให้เลือกใช้ปรับ MENU ต่างๆได้ ในกรณีไม่ใช้ รีโมทคอนโทรลหรืออาจจะทำหาย ส่วนช่องไฟ 3 ช่องที่เห็นนั้น จะเป็นไฟบอกระบบการทำงานต่างๆของตัวเครื่องนั่นเองมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เริ่มจากช่องซ้าย จะติดเมื่อเราเสียบปลั๊กไฟเข้ากับตัวเครื่อง หลังจากกดปุ่มเปิดเครื่องแล้วไฟจะกระพริบเพื่อเริ่มการทำงานจนกว่าจะวอร์มหลอดภาพเสร็จ

ช่องกลาง นั่นคือ LAMP ครับ ไฟช่องนี้จะติดเมื่อหลอดภาพมีปัญหาหรือใกล้หมดอายุ

ช่องขวา TEMP หรือย่อมาจาก Temperature ไฟช่องนี้จะติดเมื่อตัวเครื่องนั้นมีความร้อนสูงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับอุณหภูมิของตัวห้องที่มาจากความร้อนครับ

จากในรูปบ่งบอกถึงการใช้งานในตอนกลางวันนั้นก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะตัวเครื่องนั้น มีความสว่างสูงถึง 3,200 ANSI LUMEN ที่จะบอกก็คือตัวเครื่องรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ในตอนกลางวันนั่นเองครับ

เครื่องรุ่นนี้ดูหนัง 3 มิติ (3D) ได้ด้วยนะครับ โดยเพิ่มเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วย Acer ColorBoost3D โดยทั่วไปแล้วในโหลด 3 มิติ สีสันของภาพยนตร์นั้นจะลดลงมาก จึงใช้เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยในส่วนของสีสัน เพิ่มอารมณ์คนดูตามไปด้วยนะครับ

จากภาพด้านบนนั้นเป็นผลมาจาก เทคโนโลยี Acer DynamicBlack™ ที่ได้กล่าวไว้ด้านบนนะครับ จากภาพนั้นจะเห็นได้ว่าความคมชัดนั้นสูงเหลือเกิน แต่ราคานั้นสูงไม่เกินเอื้อมแน่นอนครับ ผมรับประกันได้ อิอิ….

เรามาดู ช่องเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงต่างๆ กันนะครับ ว่ามีอะไรบ้างและจะเด็ดแค่ไหน
Input Terminal
– Analog RGB/Component Video (D-sub) x 2
– HDMI/MHL (Video, Audio, HDCP) x 1
– Composite Video (RCA) x 1
– S-Video (Mini DIN) x 1
– PC Audio (Stereo mini jack) in x 2

Output Terminal
– Analog RGB (D-Sub) x 1
– PC Audio (Stereo mini jack) x 1
– DC Out (5V/1A, USB Type A) x 1

เป็นไงบ้างล่ะครับ มีทั้ง HDMI / VGA แถม USB ให้อีกด้วยครับ ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบกันเลยทีเดียว ท่านลูกค้าเริ่มตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะครับ หากสนใจโปรเจคเตอร์รุ่นใดก็ตามสามารถเข้าไปสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th